เลือดออกในสมอง

head

5 วิธีดูแลอาการ เลือดออกในสมอง ที่ควรรู้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมองนั้น ไม่ว่าใครก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ทั้งสิ้น เพราะโรคภัยไข้เจ็บนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้กับเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น สำหรับอาการ เลือดออกในสมอง เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความระมัดระวัง เพราะเป็นผลมีมาจากปัจจัยในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การดำเนินชีวิต การทำงาน ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ เลือดออกในสมอง ได้ทั้งสิ้น สำหรับวิธีดูแลอาการ เลือดออกในสมอง มีดังต่อไปนี้

1. ความดันโลหิตสูง
เมื่อมีภาวะความดันโลหิตสูงอาจส่งผลทำให้เกิดอาการ เลือดออกในสมอง ได้มากกว่าปัจจัยอื่นๆ เพราะความดันโลหิตสูงทำให้เกิดอาการเลือดเข้าไปคลั่ง รวมถึงหากมีเส้นเลือดตีบตันก็อาจจะทำให้เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก และเกิดเลือดออกในสมอง ได้ด้วย ดังนั้นจึงควรรักษาระดับของความดันโลหิตสูงให้คงที่ ตรวจสุขภาพอยู่เสมอ

2. อุบัติเหตุ
อุบัติเหตุโดยเฉพาะที่ศีรษะนั้นเป็นเหตุที่ทำให้เกิด เลือดออกในสมอง โดยออกจะแสดงอาการหรือคลั่งในสมอง ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุจึงควรนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที เพราะนั่นถือเป็นนาทีชีวิตของผู้ป่วย โดยหากมีเลือดออกมากอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้

3. ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ นอกจากโรคถุงลมโปร่งพองแล้วยังอาจทำให้เกิดภาวะ เลือดออกในสมอง ได้ด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ประกอบไปด้วยสารอันตรายนานาชนิด ที่ก่อให้เกิดโรคร้ายนานาชนิด รวมไปถึงโรคมะเร็งด้วย

4. ลดความเครียด
ความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดหลายๆ โรคได้ โดยความเครียดนั้นสามารถก่อให้เกิดอาการ เลือดออกในสมอง เพราะภาวะเส้นเลือดตีบตัน เลี้ยงไปเลี้ยงสมองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงควรลดความเครียด และหันมาทำจิตใจให้แจ่มใสด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลายความเครียดลง

5. พบแพทย์
เมื่อมีอาการ เลือดออกในสมอง เกิดขึ้นและดูแลตัวเองด้วยการลดความเครียด ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมอาหาร รักษาระดับความดันโลหิตแล้ว ควรจะต้องพบแพทย์อยู่เสมอเพื่อทำการวินิจฉัยโรค และทำการรักษาให้ถูกต้องและถูกวิธีเพื่อจะได้ไม่ให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น เพราะโรคนี้หากไม่ทำการรักษาอาจพิการหรือเสียชีวิตได้

อาการ เลือดออกในสมอง ถือเป็นอาการที่อันตรายมาก ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือแม้แต่อาการเครียด การสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์เพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิดและหาวิธีรักษาอย่างทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *